Google BERT Update มีอะไรใหม่?

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา Google ได้มีการอัพเดทระบบการค้นหาเว็บไชต์โดยการเพิ่มอัลกอริทึ่มที่เรียกว่า BERT เข้าไปครับ ซึ่งการอัพเดทแบบนี้แต่ละครั้งนั้น จะส่งผลอย่างมากต่อผลการค้นหา ทำให้นักการตลาดออนไลน์อย่างพวกเราต้องปรับแผนกันยกใหญ่ทุกครั้ง

BERT นั้น ย่อมาจาก Bidirectional Encoder Representations from Transformers ซึ่งก็คือ วิธีการใหม่ในการฝึกการเรียนรู้การใช้คำสำหรับการประมวลผลภาษาแบบธรรมชาติ (NLP) ถ้าให้อธิบายเป็นภาษาง่าย ๆ ก็คือ Google จะรู้จักความหมายเชิงลึกของคำมากขึ้น จากประโยคที่ใช้ครับ

ทำให้จากนี้ไป Google จะสามารถเดาคำศัพท์ที่สะกดผิด หรือการใช้คำศัพท์พ้องเสียงได้ จากรูปประโยคที่เราใช้ค้นหา รวมถึงการคาดการณ์ได้ว่า สิ่งที่เราต้องการค้นหาคืออะไร? จากรูปประโยคที่ใช้ครับ

เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ผมขอยกตัวอย่างง่าย ๆ จากภาษาอังกฤษนะครับ เช่น การค้นหาด้วยคำว่า "2019 brazil traveler to usa need a visa"

จากเดิม Google จะไม่รู้ว่าประโยคนี้ต้องการอะไรที่แท้จริง ก็จะให้ส่งการค้นหาจากการวิเคราะห์คำในประโยคเท่านั้น ทำให้ผลการค้นหาคือ ข้อมูลการเดินทางไปบราซิล

แต่หลังจากการอัพเดท Google จะมีการวิเคราะห์รูปประโยคด้วย ทำให้สามารถรู้ได้ว่า จริง ๆ แล้ว คนที่ใช้คำนี้ต้องการหาข้อมูลคือ นักเดินทางชาวบราซิลเดินทางเข้าอเมริกา ต่างหาก ทำให้ผลการค้นหาเปลี่ยนแปลงจากเดิมทันทีครับ ตัวอย่างตามรูปข้างล่าง

Query-2019BrazilTravelerToUSANeedAVisa.max-1000x1000

ตัวอย่างที่ 2 เกี่ยวกับ ความหมายเชิงลึกของคำ เช่น ค้นหาด้วยคำว่า "do estheticians stand a lot of work"

เดิม Google จะมองว่า stand นั้นมีความหมายอีกอย่างคือ stand-alone ซึ่งหมายความว่า โดดเดี่ยว หรือ แปลตรงตัวว่า ยืนคนเดียว โดยไม่ใช่ความหมายตามรูปประโยคที่คนค้นหาต้องการ ทำให้ผลการค้นหาไม่ตอบคำถาม

แต่หลังจากอัพเดท Google จะรู้ว่า ความหมายของ stand ในรูปประโยคนี้คือ การยืน ทำให้ผลการค้นหาเปลี่ยนไป ตามรูปข้างล่าง

Query-DoEstheticiansStandALotAtWork.max-1000x1000.jpg

จากตัวอย่างจะเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบต่อคำที่เป็นประโยคยาว ๆ เป็นหลักครับ ซึ่งจะมีผลกับภาษาไทยไหม? ก็ต้องรอดูผลการก่อนครับ และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทำให้ต่อไปการเขียนบทความจะคำนึงถึง Keywords ตรง ๆ น้อยลง และคำนึงถึง เนื้อหา มากขึ้นแทนครับ

ในมุมนักการตลาดออนไลน์ มันทำให้การวิเคราะห์เพื่อวางแผนเนื้อหายากขึ้น เพราะปัจจัยในการวิเคราะห์จะมีมากขึ้น เพราะการใช้คำจะมีความซับซ้อนมากขึ้น

แต่ในมุมของนักเขียนนี่ จะสบายกว่าเดิม (น่าจะนะครับ) เพราะสามารถโฟกัสที่เนื้อหาได้มากขึ้น โดยไม่ต้องมาคำนึงถึง Keywords ที่ต้องมาจำกัดการใช้คำในบทความครับ

ข้อมูลอ้างอิง

 

 

สร้างคุณค่าให้ธุรกิจของลูกค้า โดยให้บริการตั้งแต่ การออกแบบเว็บไชต์ การเขียนโค้ดรายงานพิเศษ การให้บริการพื้นที่เว็บไชต์ การโฆษณาออนไลน์  และการให้คำปรึกษาเพื่อพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ติดต่อเรา

© COPYRIGHT 2020 BRIGHT WISDOM – ALL RIGHTS RESERVED. MADE  WITH ❤️ + 🔥
© COPYRIGHT 2020 Bright Wisdom – ALL RIGHTS RESERVED. MADE WITH ❤️ + 🔥
linkedin facebook pinterest youtube rss twitter instagram facebook-blank rss-blank linkedin-blank pinterest youtube twitter instagram